กูรูสกายสปอร์ตส์ชี้ แมนฯ ยูไนเต็ด หลงทาง จวก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ บริหารล้มเหลวทั้งกุนซือและตลาดนักเตะ
ที่มาภาพsiamsport.co.th
ประเด็นสำคัญ
- ›คาเวห์ โซลเฮโคล จาก สกาย สปอร์ตส์ ชี้ว่า เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ต้องรับผิดชอบต่อวิกฤตของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการบริหารงานด้านฟุตบอลที่ผิดพลาด
- ›การจัดการตำแหน่งกุนซือมีความไม่แน่นอน ทั้งการต่อสัญญาแล้วปลด เอริค เทน ฮาก รวมถึงการดึง รูเบน อโมริม เข้ามากลางฤดูกาลจนล้มเหลว
- ›นโยบายการเงินที่จำกัดเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัว รวมถึงการเปลี่ยนเป้าหมายในตลาดนักเตะไปมา ส่งผลกระทบต่อการยกระดับทีม
คาเวห์ โซลเฮโคล หัวหน้าผู้สื่อข่าวของ สกาย สปอร์ตส์ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยชี้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สโมสรเผชิญกับสถานการณ์ย่ำแย่ต่อเนื่อง จากการตัดสินใจที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั้งในตำแหน่งผู้จัดการทีมและนโยบายการเสริมทัพ
ถือหุ้น 29 เปอร์เซ็นต์ แต่รวบอำนาจคุมฟุตบอล
โซลเฮโคล ระบุว่าการที่ แรตคลิฟฟ์ เข้ามาถือหุ้นเพียง 29 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ตระกูลเกลเซอร์ยังคงมีอำนาจควบคุมสโมสรในภาพรวม ขณะที่ตัวเขาเข้ามารับผิดชอบการบริหารงานด้านฟุตบอลอย่างเต็มตัว พร้อมกับความเชื่อมั่นว่าตนเองรู้วิธีจัดการทีมได้ดีกว่าผู้อื่น ทว่าผลลัพธ์ในช่วงสองปีครึ่งที่ผ่านมากลับไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
วงจรกุนซือที่ไร้ทิศทาง จาก เทน ฮาก ถึง อโมริม
ผู้สื่อข่าวสกาย สปอร์ตส์ ชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นในการจัดการตำแหน่งผู้จัดการทีม โดยยกกรณีของ เอริค เทน ฮาก ที่ แรตคลิฟฟ์ แสดงท่าทีสนับสนุนต่อหน้าสื่อ แต่ในทางลับกลับมีการเจรจากับโค้ชรายอื่น และเมื่อไม่สามารถหาตัวแทนได้ จึงมอบสัญญาฉบับใหม่พร้อมงบประมาณก้อนโตให้ ก่อนจะตัดสินใจปลดออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจดึง รูเบน อโมริม เข้ามาคุมทีมกลางฤดูกาล ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อดึงตัวมา ทั้งที่มีแผนเดิมว่าจะรอจนถึงช่วงซัมเมอร์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ทีมต้องปรับระบบการเล่นใหม่อย่างสิ้นเชิง โดยมีรายงานว่า แดน แอชเวิร์ธ เคยคัดค้านการแต่งตั้งนี้ก่อนจะแยกทางกับสโมสรไป ท้ายที่สุดการทดลองดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ และ อโมริม ก็ถูกปลดจากตำแหน่งเช่นกัน ก่อนที่สโมสรจะมอบหมายให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามารับงานชั่วคราวและทำผลงานดีขึ้นจนได้รับสัญญาถาวร
เพดานการเงินและนโยบายซื้อขายที่เปลี่ยนไปมา
นอกจากปัญหาเรื่องผู้จัดการทีมแล้ว โซลเฮโคล ยังวิจารณ์นโยบายตลาดนักเตะของ แรตคลิฟฟ์ ว่าการตั้งกรอบเพดานค่าเหนื่อยและค่าตัวอย่างเข้มงวด ทำให้ทีมพลาดโอกาสคว้าตัวผู้เล่นระดับชั้นนำ อีกทั้งยังขาดความต่อเนื่องเชิงยุทธศาสตร์ โดยสลับเป้าหมายหลักในแต่ละรอบตลาด จากกองหน้าไปกองกลาง และเปลี่ยนเป็นกองหลัง พร้อมกับเน้นเฉพาะผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งสร้างข้อจำกัดในการยกระดับขุมกำลังโดยรวม
แหล่งที่มาsiamsport.co.th
คำถามที่พบบ่อย
ใครคือผู้วิจารณ์การบริหารงานของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ในรายงานนี้?
คาเวห์ โซลเฮโคล หัวหน้าผู้สื่อข่าวของ สกาย สปอร์ตส์ นิวส์ เป็นผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์การบริหารงานของ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์
ประเด็นหลักที่ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ถูกวิจารณ์คือเรื่องใดบ้าง?
ถูกวิจารณ์ใน 2 ประเด็นหลัก คือการจัดการตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไร้ความต่อเนื่อง (กรณีของ เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม) และนโยบายการเงินในตลาดซื้อขายนักเตะที่เปลี่ยนทิศทางไปมาและจำกัดงบประมาณจนเสียโอกาส
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เคลียร์ชัด! อดีตเปาชี้ VAR ตัดสินถูกแล้ว จังหวะ “ลิซานโดร” ทำฟาวล์โฟฟาน่า สมควรโดนใบแดง
ผลบอล เชลซี เปิดรังอัด แมนยู 2-0 ลิซานโดร โดนใบแดง ส่งทัพผีไร้ชัย 9 นัดติด
แอชลี่ย์ ยัง จวก บรูโน่ เห็นแก่ตัวไร้ภาวะผู้นำ ชี้ควรขอบคุณ คาร์ริค ช่วยคืนฟอร์มเก่ง
เดือดจัด! คาร์ริค ซัดกลับเสียงวิจารณ์ ยันสถิติวิ่งไม่ใช่คำตอบพาแมนยูชนะ
เวย์น รูนีย์ ชี้ห้องแต่งตัว แมนยู พังพินาศ จวกแข้งรุ่นน้องเห็นแก่ตัว แนะ ไมเคิล คาร์ริค เลิกใจดี
วิเคราะห์วิกฤต แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหตุใดรอบนี้จึงหนักหนาและยากเกินเยียวยากว่าทุกครั้ง
ลองเลย
เข้าชมเลย